2006/Mar/03

กว่าจะตัดสินใจเขียนBlog นี้ได้ใช้เวลานานเอาการ

เผื่อว่าการได้ระบายอะไรต่อมิอะไรกับคนอื่น จะช่วยให้ดีขึ้นมากกว่าการพูดคุยกับจิตแพทย์อาทิตย์ละครั้ง

ฉันค้นพบตัวเองว่าตัวเองเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเมื่อสามปีที่แล้ว

มันเป็นสามปีที่ทรมาน และในขณะเดียวกัน มันก็เป็นสามปีที่ฉันสบายใจ

อย่าน้อยฉันก็รู้ตัวเองว่าฉันกำลังป่วย ถึงแม้มันจะเป็นอาการป่วยทางจิต แต่ฉันก็ดีใจที่ฉันรู้คำตอบของการนอนร้องไห้ทุกค่ำคืน การหดหู่อย่างไร้สาเหตุของฉันเสียที และฉันจึงได้เริ่มทำการรักษา และเยียวยาจิตใจตัวเองมาโดยตลอด

ปี 1999 คุณตาฉันเสียชีวิต ฉันมักคิดไปเองเสมอว่าวิญญาณของคุณตาคือสิ่งเดียวที่ฉันยึดเหนี่ยว และการมาปรากฏตัวของคุณตาทุกครั้งที่ฉันท้อแท้จึงกลายเป็นกำลังใจชั้นเยี่ยมที่ทำให้ฉันมีอยู่ แต่สุดท้ายฉันก็ค้นพบว่านั่นเป็นแค่ภาพลวงตาที่ฉันสร้างขึ้นมาหลอกตัวเองไปวันวัน

ปี 2002 ฉันถูกคนที่ฉันรักทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ

สภาวะที่ฉันไม่พร้อมจะต่อสู้ และฉันมัวแต่ใช้เวลาอย่างเปล่าประโยชน์ หายใจหมดไปวันๆ กับคราบน้ำตาที่รินไหล

ฉันกลายเป็นคนไม่กล้าออกสังคม เลือกที่จะตัดเพื่อนออกจากชีวิตไปทีละคน ทีละคน เพราะมัวแต่ดูถูกตัวเองว่า เป็นคนไร้ค่า

สุดท้ายฉันจึงนั่งจับเจ่าอยู่กับตัวเองในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงเสียงไฟสลัว ถึงเวลากินไม่กิน ถึงเวลานอนไม่นอน ใช้ชีวิตผิดปกติ มานานแสนนาน

จนก่อนที่ฉันจะย่ำแย่ไปกว่านี้ฉันจึงตัดสินโทรไป Call Center ของโรงพยาบาลศรีธัญญา เพราะอารมณ์ที่คิดได้เองว่า ฉันอยากหลุดพ้น

คุยกับเจ้าหน้าที่ได้ไม่นาน เขาสรุปว่า ฉันควรไปพบจิตแพทย์ให้เร็วที่สุด

รุ่งขึ้นของวันใหม่ ฉันจึงตัดสินใจไปพบจิตแพทย์ที่โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา

ซึ่งอยู่ใกล้บ้านมากกว่าโรงพยาบาลศรีธัญญา

จิตแพทย์ซักประวัติฉันอย่างละเอียด และให้เล่าอาการที่ผ่านๆ มาของฉัน

จำได้แม่นยำว่า ฉันพูดไปร้องไห้ไป ลนลานและกลัวเสียงดังๆ ของคุณจิตแพทย์

อาการที่ฉันเป็นโดยรวม ณ ขณะนั้นคือ

ฉันเกลียดตัวเองที่เป็นคนไร้ค่า ฉันเครียดเรื่องงาน ความรัก การเรียน

ฉันไม่มีความสุขในการใช้ชีวิต แต่ไม่ถึงกับอยากฆ่าตัวตาย

ฉันเซนต์ซิทีฟมาก ร้องไห้ได้กับทุกวสิ่งอย่าง

ฉันกลัวคนพูดเสียงดัง ตะคอก หยาบคาย

ฉันหูแว่ว คิดไปเองว่าคนนั้นคนนี้กำลังเกลียดฉัน และเขากำลังนินทาฉันอยู่

ฉันเห็นคุณตาที่ตายไปแล้วทุกครั้ง เวลาที่ฉันร้องไห้จนเผลอหลับไป

จิตแพทย์ลงความเห็นว่าฉันป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง

แต่ไม่ถึงกับต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

ฉันต้องใช้ยาควบคุมอาการของฉัน

จิตแพทย์ให้ความรู้ฉันเพิ่มเติมว่า เวลาที่คนเราเครียด หดหู่ จะมีสารเคมีตัวหนึ่งหลั่งออกมาจากสมอง และจะไหลเวียนอยู่อย่างนั้นไม่ไปไหน เมื่อเราเครียดเมื่อไหร่สารเคมีจะกลับมาทำงานและทำให้เรารู้สึกซึมเศร้าตลอดเวลา ต้องใช้เคมีจากยาเข้าไปรักษา

ฉันทานยาขนานใหญ่ หลังอาหารและก่อนอาการ มื้อละ 7 เม็ด สามเวลา และก่อนนอน ยาฤทธ์เยอะ ทำให้ฉันนอนได้ทั้งวันทั้งคืน

ทานยารักษาตัวเองอยู่หนึ่งปีเต็ม จนวันหนึ่งฉันค้นพบว่า ฉันพร้อมแล้วที่จะก้าวสู่สังคม และฉันเลิกร้องไห้มาหลายเดือนแล้ว

ฉันลาขาดจากจิตแพทย์ไม่ไปรับยาเพิ่ม และใช้ชีวิตอย่างปกติสุขตลอดทั้งปี

แต่แล้วสองวันที่แล้วฉันต้องกลับไปหาจิตแพทย์คนเดิมของฉันอีกครั้ง

ฉันพบว่าตัวเองมีภาวะเครียดสูงจากเรื่องงาน ความรัก คนรอบข้าง

ฉันไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิตอีกครั้ง

หมอลงความเห็นว่าฉันกลับมาเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอีกครั้ง

แค่ครั้งนี้ฉันดีกว่าเดิม ตรงที่มันไม่รุนแรง แต่มันฝังรากลึก

เป็นคงซึมเศร้ามาตั้งแต่วัยเด็ก ที่เกิดมาไม่ได้อยู่กับครอบครัว ถูกทิ้งจนเป็นเรื่องปกติ

ฉันจะค่อยๆ เล่า และระบายเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังอีกในวันต่อๆ ไป

วันนี้ฉันแค่อยากบันทึกเรื่องราวการเยียวยาจิตใจของตัวเอง แบ่งปันให้หลายคนที่กำลังเป็นเหมือนฉันได้เรียนรู้ว่า อย่าคิดว่าการไปพบจิตแพทย์เป็นเรื่องตลก หรือบ้าบอ การที่คุณซึมเศร้า เหงาอยู่บ่อยๆ

คุณอาจจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแอบแฝงโดยไม่รู้ตัว

แล้วเรามาแบ่งปันกันนะคะ

Comment

Comment:

Tweet


big smile
#44 by (1.46.76.191|1.46.76.191) At 2015-01-17 15:36,
สับสน ผิดหวัง ไม่ได้ดังใจ ขาดความเป็นตัวของตัวเอง  มีเรื่องที่คนอื่นทำกระทบเรา คิดไม่ตก คิดไม่หยุด ปล่อยวางไม่ได้
ธรรมมะดีๆอาจช่วยได้
ปล่อยใจ ปล่อยสมอง ให้ได้พักบ้าง ออกกำลังช่วยได้ หาเรื่องเบาๆให้ใส่ใจ ก็อาจช่วยได้
อยากให้ทุกคนมีแต่ความสุข แม้ไม่ร้อยเปอร์เซนต์
#43 by ยุบหนอพองหนอ (101.51.24.177|101.51.24.177) At 2014-12-30 05:39,
ขอบพระคุณมากเลยครับ มีประโยชน์กับผมอย่างมากเลย เพราะตั้งแต่แม่เสียไปราว 5 เดือน ผมมีอาการแบบที่คุณบอกแทบทุกอย่าง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ รู้สึกไร้ค่้า หดหู่ ไม่มีความสุข ไม่ออกสังคม กลัวการออกสังคม กลัวการอยู่คนเดียว ผมไม่อยากมีอาการแบบนี้เลยครับ
#42 by (171.99.162.117|171.99.162.117) At 2014-02-06 15:44,
เขียนดีมากๆครับ  ผมก็หาความรู้เรื่องนี้อยู่ เพราะคิดว่าตัวเองเป็น ได้อ่านถึงรู้ว่ามันตรงกับตัวเองทุกข้อเลยsad smile
#41 by M (103.7.57.18|171.7.195.224) At 2013-06-30 09:33,
คนส่วนใหญ่เป็นโรคซึมเศร้ามักไม่รู้ตัวเพราะว่าคิดว่าตัวเองไม่สบายใจเเฉยๆ เดี๋ยวก็หายเอง แต่มันมีอาการที่บ่งบอกอีกหลายชนิด เช่น ตื่นกลางดึก รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไม่อยากพูดกับใคร ถ้าคุณรู้สึกถึงอาการเหล่านี้ไปหาหมอเถอะค่ะจิตแพทย์ช่วยได้แน่นอนเพราะเขาเรียนมาทางด้านนี้โดยเฉพาะที่่น่าเศร้าคือจุดสุดท้ายของซึมเศร้าคือการฆ่าตัวตาย อย่าให้ถึงขนาดนั้นแล้วไปหาหมอเลยค่ะมันอาจจะสายไปเสียแล้ว ขอให้กำลังใจทุกคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ถ้ายังพอทำอะไรได้ลองฝืนขึ้นมาออกกำลังกายนะคะช่วยได้มากเลย เช่นปั่นจักรยาน ตีแบ๊ต เล่นฮูลาฮุุ้ดเป็นต้นค่ะ
#40 by elle At 2012-02-14 20:57,
หนูก็เริ่มเป็นค่ะ
#39 by อลิษา (223.207.49.146) At 2011-11-01 10:26,
เป็นเหมือนกันเลยค่ะ แต่มีโรคประจำตัวเพิ่มด้วยคือ ไทรอยด์ อาการยิ่งช่วยไปในทางโรคซึมเศร้า นั่งๆอยู่ร้องไห้ซะงั้น นึกว่าตัวเองเป็นบ้าซะอีก ต้องกินยา
ไม่มีแฟนค่ะ อยู่คนเดียว คิดมากตลอด นอนร้องไห้ตลอด ไม่ร้องนอนไม่หลับ ตอนเช้าตาบวมไปเรียนตลอด เวลาอยู่ข้างนอกคนเยอะๆก้อเป็น เป็นหนักด้วย ต้องหนีมาเข้าห้องน้ำร้องไห้ ไม่มีแรงสู้ค่ะ
#38 by prada (202.47.231.118) At 2011-08-31 18:01,
สู้ต่อไปนะคะ...ตอนนี้แฟน็ป่วยเป็นซึมเศร้า...แุต่เราก็พยายามรักษา....ค่อยๆ....ปรับยาตอนนี้ก็สองปีแล้ว..ซึมเศร้าคนป่วยเยอะคะ...กำลังใจ....และออกกำลังกายบ้าง...ไม่นานหายแน่นอนคะ....sad smile
#37 by หมู (223.204.12.85) At 2011-07-18 12:51,
ฉันเป็นมาสามปีแล้วรักษาอยู่ค่ะ และมีนัดพบจิตแพทย์ทุกเดือน กินยามาสามปีแล้ว เป็น Bipola Disoder Depression ค่ะ หนักมากเหมือนกันตอนนี้ดีขึ้นบ้างแล้ว แต่ก็ต้องไปตามนัดทุกเดือนและเราต้องทำจิตบำบัดด้วยกับนักจิตวิทยาน่ะค่ะจากทุกอาทิตย์ ตอนนี้เดือนละครั้งแล้ว ช่วงนี้มันกลับไปกลับมาอีกแล้วค่ะ ไม่อยากไปหาหมอแล้วนะมันเบื่อ แต่กลัวตัวเองเป็นบ้าอ่ะ เฮ้อ เบื่อค่ะ
#36 by ชลกานต์ (119.42.122.66) At 2011-06-21 18:30,
เหงาเหมือนกัน เครียดเรื่องเล็กๆน้อยๆ มันรู้สึกอยากนอนเฉยๆ ไม่อยากทำอะไร เบื่อหน่าย เป็นมานานมากแล้วแต่เคยคุมมันได้ไม่ต้องใช้ยา แต่ตอนนี้มันคุมไม่อยู่มันเหงา ท้อแท้สิ้นหวัง อยากตายแต่มีอะไรให้เราต้องห่วงอีกเยอะยัง ทำให้ยังตายไม่ได้ เบื่อๆๆๆๆๆๆ เบืื่อตัวเอง เบื่อไปหมด
#35 by arna (125.24.242.54) At 2011-03-11 14:59,
ตอนนี้เราคิดว่าตัวเองกำลังจะเป็นโรคซึมเศร้า เพราะว่าร้องไห้กับเรื่องเดิมๆที่ไม่เคยลืมได้ซะที.. กับคนเดิมๆ ปัญหาเรื้อรังเดิมๆ แต่ฉันยังดีใจที่มีเพื่อนคอยปลอบอยู่ข้างๆ ทำให้รู้สึกว่าไม่เดียวดาย ยังไงก็สู้ๆค่ะ เป็นกำลังให้ ยิ้มเข้าไว้เน้อ confused smile
#34 by คานะคุง.. At 2011-03-01 17:10,
กำลังใจเป็นสิ่งที่มีค่ามาเกินกว่าคำพูดนับร้อยคำ

สำหรับบางคน การที่จะลุกขึ้นเดิน แล้วสู้ต่อไปกับชีวิตข้างหน้า มันอาจจะยาก
แต่ลองมองกลับไป นึกดูว่ายังมีคนอีกมากมายที่ต้องลำบาก ต้องทนทุกข์ยิ่งกว่าเราอีก
ยังไงก้อขอเป็นกำลังใจให้ลุกขึ้นสู้นะค่ะ^^
#33 by มดตะนอย (180.210.216.131) At 2011-02-12 17:36,
#32 by (91.13.184.77) At 2010-09-29 04:16,
รู้สึกเป็นมา 2-3 ปีแล้วค่ะเคยเป็นคนสนุก ตอนนี้ทุกๆวันตึงตลอดเลยนั่งทำงานอยู่จะรู้สึกเครียดมากๆเลยผู้คนเสียงต่างๆรอบตัวจะเครียดมากๆ คนที่ทำงานทำเอาปิ๊ดสุดๆเขาชอบนินทาชาวบ้านฟังแล้วปวดหัวมากอยากบอกว่าหุบปาก แหะๆ ผู้จัดการค่ะ เลยได้แต่ทน เลยหดหู่มากๆในที่ทำงาน แถมกินอยู่ด้วยกันอีกแบบ 24 ชมเลยล่ะ จิตเสื่อมเลย เคยประสบความสำเร็จกับงานสุดๆ เพื่อนๆมากมาย มีเงินทองรับผิดชอบพ่อแม่ได้ดีเยี่ยม ตอนนี้ ไม่เหลือสักอย่างค่ะ กลับทำให้ครอบครัวห่วงแม่พ่อและพี่ๆค่ะ งานก็กลายเป็นคนทำไปเรื่อยๆช่างมัน เขาบ่นก็ทนฟังไป ทั้งที่เมื่อก่อนทำงานเป็นนหัวหน้าทุกคนรัก เร็วคล่องทำได้ทุกอย่างสนุกกับงานสุดๆและมีอะไรทำตลอดงานนี้เวอคๆๆๆยุดยอดเลยค่ะ ตอนนี้ทำไปวันๆ สงสารที่บ้านไม่ได้ช่วยเหลือเลย แถมมีหนี้อีกต้องขายที่ คนที่หวังจะให้ช่วยเขาก็ไม่เข้าใจ เขาห่วงครอบครัวมากกว่ากะจะฝากชีวิตไว้แต่กลับยิ่งทรมานใจมากกว่าเดิมอีก เลยเป็นทุกข์มากกว่าเดิมอีก งาน ครอบครัว เงินทอง ที่ไม่ได้มีมานานแล้ว น่าจะเป็นรอยยิ้มค่ะ เพราะเมื่อก่อนทุกคนที่รักและรู้จักจะบอกว่าเป็นคนยิ้มสวยมาก มีเสน่ นี่ทุกเพศทุกวัย เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วยิ้มไม่ออกเลย แย่จริงๆเหนื่อยมากจริงๆ อดทนทำงานไปวันๆ ไม่มีเงินให้พ่อแม่ แย่จังค่ะ
#31 by (114.128.131.154) At 2010-09-24 15:46,
อยากเป็นคนปกติกับคนอื่นมั่ง ไม่อยากร้องไห้คนเดียว คิดไปเองคนเดียว ไม่อยากทำร้ายตัวเองแล้ว
#30 by Dysthymia (124.120.48.57) At 2010-09-16 03:57,
เราก็เป็นคนหนึ่งที่ป่วยเป็นโรคนี้มา 5 ปีแล้ว ตอนนี้เราอายุ 27 ปี เข้า-ออก รพ.มาแล้วหลายครั้ง ลองเข้าไปอ่านชีวิตในรพ.ได้ที่บล็อคของ Lunatic_girl นะคะ
#29 by lunatic_girl At 2010-09-12 19:35,
ฉันก็กำลังเป็นเคยเป็นเมื่อปี 49-50 หยุดยาแล้ว...แต่ตอนนี้มีอะไรมากระทบใจมากทำให้มันกำลังกลับมา...ฉ้นไม่เคยแคร์เลยว่าใครจะว่าฉันบ้าหรือเปล่า...เพราะอาการพวกนั้นมันบั่นทอนสุขภาพกายข่องฉันด้วย....ยินดีที่ได้รับฟังเรื่องราวค่ะ
#28 by zatal (118.173.52.149) At 2010-08-16 00:46,
ฉันเองก็กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ ตอนนี้ฉันไม่ค่อยสบายเป็นไข้หวัด แต่ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายมันถึงได้หมดแรงขนาดนี้ มันเพลีย ใครพูดอะไรก็จะร้องไห้ง่าย อึดอัดกับตัวเอง กับคนรอบข้าง เขาไม่ได้ทำอะไร แต่ทำไมถึงเป็น ท้อแท้กับตัวเอง พยายามมองหาและจับอาการตัวเอง ว่าอะไรที่ทำให้อาการกำเริบ อาจจะเป็นเพราะแฟนไม่โทรหา ก็พยายามบอกว่าผู้ชายเขาไม่ชอบผู้หญิงโทรหาบ่อยหรอก แฟนเก่าที่เอาเมียมาเย้ย ทั้งๆที่บอกว่ารักเรา หรืองานที่ทำ คนรอบข้างที่ชอบด่ากราดคนทุกวัน แต่เราต้องนั่งฟัง